นิอันนุวา สุไลมาน
นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ปัตตานีเป็นเมืองเล็ก สิ่งที่ผมห่วงที่สุดคือ “กลัวเมืองเงียบ” เพราะฉะนั้นเราจึงร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยอีเวนต์เล็ก ๆ ให้มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา และให้ผู้คนเรียนรู้ไปด้วย
ผมดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 แล้วนะครับ เรื่อง “เมืองแห่งการเรียนรู้” ในฐานะที่เป็นอดีตข้าราชการ เกษียณแล้วมาทำงานการเมือง ผมคิดว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงอะไร มันเปลี่ยนไม่ได้ทันที มันต้องเริ่มจากเปลี่ยน mindset ของคนให้ได้ก่อน เพราะฉะนั้นนโยบายทั้ง 2 สมัยที่วางไว้ก็คือ สมัยแรกเป็นการซ่อม และสมัยที่ 2 นี้เป็นงานสร้าง …สร้างคนเพื่อเตรียมจะสร้างเมือง
การเรียนรู้ใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ เปิดมุมมอง นี่แหละคือการสร้างคน สร้างทีม ซึ่งต้องใช้เวลา เราเริ่มสร้างคนตั้งแต่ทีมบริหาร มีคนรุ่นใหม่เข้ามาผสมกับคนประสบการณ์ ทำงานร่วมกัน แล้วก็คิดแบบนี้ไปในงานอื่น ๆ อย่างงานพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ เราก็ทำแบบนี้
ที่ปัตตานีระบบการศึกษายังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด แต่จะทำอย่างไรให้เกิดการเรียนรู้ขึ้นได้โดยไม่ต้องจำกัดอยู่แค่ในระบบ ไม่ใช่เรียนในห้องเรียนบนโต๊ะอย่างเดียว มันคือการใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน เรียนรู้จากรอบตัว แล้วเอามาใช้ประโยชน์ สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และผมเชื่อเสมอว่า การศึกษาทุกสาขาที่เราเรียน สุดท้ายเราต้องการ “ตลาด” ต้องมีตลาดของตัวเอง เพื่อหารายได้ มีอาชีพเลี้ยงครอบครัว เพราะฉะนั้น Learning City หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงจำเป็นมาก และควรให้ความสำคัญกับกระบวนการตรงนี้



ปัตตานีเป็นเมืองเล็ก เป็นเมืองเก่า สิ่งที่ผมห่วงที่สุดคือ “กลัวเมืองเงียบ” ถ้ากลางเมืองเงียบ เมืองก็เงียบ เศรษฐกิจซบเซา เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยอีเวนต์เล็ก ๆ ทั้งฝั่งซ้ายฝั่งขวา ตรงกลางเมือง ให้มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ให้ผู้คนเรียนรู้ไปด้วย ถ้าเมืองเงียบ แล้วเราต้องกระตุ้นเศรษฐกิจทีหลัง มันต้องใช้เงินมหาศาล และคนก็จะออกไปข้างนอก ไม่เข้ามาในเมือง
ตอนนี้ผมจึงต้อง “รักษาเมือง” ให้เคลื่อนไหว ปลอดภัย มั่นคง และคนรู้สึกมั่นใจ
เราทำหลายอย่างโดยเอาการเรียนรู้เข้าไปช่วย เช่น การอบรมพัฒนาบุคลากรนักจัดการเมืองและนัดจัดการเรียนรู้ การทำกิจกรรม Fund Run การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในเขตเมือง 13 แห่ง หรืองานพื้นๆ อย่างการจัดการขยะ ที่ทำให้เมืองสะอาดขึ้น การแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมก็ง่ายขึ้น เครื่องสูบน้ำทำงานน้อยลง มันเชื่อมกันเป็นลูกโซ่หมดเลย สิ่งที่เห็นชัดอีกเรื่องคือ โรงเรียนทั้ง 5 โรงของเทศบาล ผมให้นโยบายว่า “ให้การบ้านน้อยที่สุด” ให้เด็กเรียนรู้ตามวัย เช่น กลับไปปลูกต้นไม้ ปลูกผักสวนครัวมา ทำผลิตภัณฑ์จากชุมชนลองไปขาย เอางานแบบนี้แหละให้มาส่งครู
นอกจากงานในจุดเล็ก ๆ งานใหญ่เราก็ทำ คือเชื่อมสมาคม ชมรม ห้างร้าน มาช่วยกันเรื่องการจัดตลาด กิจกรรรมการค้าการขาย เมืองก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว เมื่อการค้าขายขยับ เศรษฐกิจก็เดินไปด้วยกันหมด แล้วเราก็แฝงเรื่องท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเข้าไปด้วย เมืองปัตตานีจากที่เป็นรู้จักอยู่แล้วก็ค่อย ๆ ถูกพูดถึง และมีคนมาเที่ยวเพิ่มขึ้น เราเน้นทำงานสไตล์คนปัตตานี ไปช้า ๆ เบา ๆ แต่มั่นคง
อย่างเรื่องการเป็นเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ยูเนสโก กับรางวัล เราไม่รีบ ผมไม่รีบเลย ถ้าเราไม่แข็งแรงด้วยตัวเองจริง ๆ ก็ถือว่ายังไม่พร้อม ผมก็จะทำงานไปเรื่อย ๆ ปูพรมไว้ ให้ลูกหลานรุ่นต่อไปจะเติบโตบนเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางเพื่อพัฒนาเมืองปัตตานีของเรา”
#เมืองปัตตานีเมืองแห่งการเรียนรู้ #Thailandlearningcityplatform #เมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย #Thailandlearningcityaward#wecitizens #thecityleaders #pmua #บพท



