ณพล ชยานนท์ภักดี
นายกเทศมนตรีเมืองตาก
เมื่ออัตลักษณ์ของเมืองได้ถูกนำมาเรียนรู้ ก็ยิ่งทำให้เกิดความภาคภูมิใจกับคนในชุมชนมากขึ้น แถมยังช่วยสร้างรายได้อีกด้วย
“จุดเด่นของเมืองตาก ก็คือเรื่องประวัติศาสตร์เมือง ที่สอดคล้องกับประเพณีสำคัญของจังหวัดตาก ซึ่งประวัติศาสตร์ของเมืองเรา เราเป็นเมืองพระเจ้าตาก เมืองตำนานนักรบครับ และประเพณีของเราก็มีประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง ซึ่งสองสิ่งนี้ถือว่าเป็นพื้นฐาน และตัวอย่างของการเป็นเมืองอัตลักษณ์
ที่ผ่านมาภายในพื้นที่เมือง เราทำให้ทุกสถานที่เป็นเหมือนห้องเรียน เปรียบได้ว่าแต่ละสถานที่คือรายวิชา และเมืองทั้งเมืองคือห้องเรียนขนาดใหญ่ ที่คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึง และเรียนรู้ได้
เริ่มจากเรามีพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ เป็นสถานที่ที่อยู่ในการดูแลของเทศบาล เป็นพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมือง มีนิทรรศการตั้งแต่เริ่มต้นสร้างบ้านแปงเมืองจนถึงยุคปัจจุบัน เรามีผู้ให้ข้อมูลคอยดูแล และมีกิจกรรม Little Guide ให้เด็ก ๆ ของเราได้มาเรียนรู้ และสามารถพัฒนาทักษะจนเป็นนักสื่อสารอธิบายเรื่องราวของเมืองเราได้ นอกจากนี้ในพิพิธภัณฑ์ก็จะมีกิจกรรมการเรียนรู้ให้เข้าร่วมตลอดทั้งปี อย่างในช่วงประเพณีกระทงสายที่ผ่านมา ในวันที่ 2–5 พฤศจิกายน ก็มีเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่มาเข้ามาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก กิจกรรมที่มีได้แก่ การทำกระทงสาย สอนหยอดเทียน และตกแต่งกะลา
คำถามที่ว่า ทำไมเราต้องเติมการเรียนรู้ลงไปในกิจกรรมทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของเมือง จริง ๆ แรงบันดาลใจมาจากการที่เรามองเห็นว่าการเรียนรู้ในทุกวันนี้ เป็นการเรียนรู้แบบไม่เห็น “รากเหง้า” ไม่เห็นที่มาที่ไป หากอ้างตามนักปรัชญา “น้ำทุกหยดมีต้นน้ำ” เราเห็นแต่น้ำในขวด แต่เราควรศึกษาว่าแหล่งน้ำเริ่มต้นจากไหน เด็ก หรือผู้ใหญ่ควรได้รับโอกาสที่จะเข้าถึงการศึกษารากเหง้า เพราะถ้าไม่ศึกษาอดีต ก็จะมองอนาคตไม่ออก
เราจึงได้แต่ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนเมือง และทำหลักสูตรร่วมกับโรงเรียนในสังกัดเทศบาล โรงเรียนผดุงปัญญา มหาวิทยาลัยราชมงคล และโรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดตาก แล้วนำไปใช้ในช่วงตุลาคม–พฤศจิกายน เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีกระทงสายและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง ผ่านการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน



สำหรับการเรียนในห้องเรียน ผมมีโปรแกราม “ห้องเรียนสร้างโอกาส” เป็นการเรียนผ่านกระบวนการทำงาน Learn to Earn คือคุณทำงานไป แล้วเรานำผลงานของเขามาเทียบเคียงเป็นรายวิชาในระบบ ขณะเดียวกัน การศึกษาประวัติศาสตร์ในพื้นที่ก็สามารถเทียบเป็นรายวิชาได้ เป็นแนวคิดของการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ซึ่งสามารถนำไปสู่การรับใบประกาศนียบัตรจากโรงเรียนในเทศบาลได้ นำไปต่อยอดเรียนต่อหรือใช้ในการสมัครงานก็ได้
ผมมองว่าการศึกษาและการเรียนรู้จะต้อง “เปิดโอกาส” ให้กับคนทุกกลุ่มเสมอ เหมือนร้านอาหารที่ต้องมีของพร้อมเสิร์ฟ เพราะถ้าประตูโรงเรียนปิด ประตูเรือนจำจะเปิดทันที ดังนั้นเราต้องดึงคนเข้ามาสู่ระบบการศึกษา ให้เขาได้รับความรู้แล้วไปใช้พัฒนาตนเอง จะเรียนต่อหรือทำงานก็ได้ การศึกษาเป็นประตูแรกในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ถ้าประตูนี้ไม่เปิด ประตูอื่นก็ไปต่อไม่ได้
เพราะการเรียนรู้ นอกจากความรู้ที่ได้ เด็ก ๆ ก็จะได้เปิดมุมมอง พัฒนาความคิด เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยน mindset สิ่งที่คิดว่า “ทำไม่ได้” ก็จะกลายเป็น “ทำได้” และกล่อมเกลาพฤติกรรม สร้างการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของตนเอง และบ้านเกิด
สำหรับชุมชนของเรา ถามว่าชุมชนได้อะไรจากการเรียนรู้ สิ่งที่เราเห็นได้เลย คือ ความเปลี่ยนแปลงจากเดิมชุมชนที่เคยเงียบเหงา เพราะความเป็นชุมชนไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการเรียนรู้ เช่น คนแก่ฟั่นตีนกา ทำกะลาหยอดเทียน ทำอาหารพื้นถิ่น วันนึงมีเด็กเข้ามาเรียนรู้ ทำยำข้าวแคบ งาดำ อาหารพื้นถิ่น ก็กลายเป็นว่าเมื่ออัตลักษณ์ของเมืองได้ถูกนำมาเรียนรู้ และทำให้เกิดความภูมิใจของคนในชุมชน
อย่างเช่น ประเพณีลอยกระทงสาย เดิมคนไม่รู้ว่าฟั่นตีนกาทำไปเพื่ออะไร แต่เมื่อประเพณีเป็นที่รู้จัก คนทั่วไป ไปจนถึงเอกชนก็เริ่มสนใจ และเข้ามามีส่วนร่วมในการถ่ายทอด ก็ยิ่งทำให้เกิดความภาคภูมิใจกับคนในชุมชนมากขึ้น แถมยังสร้างรายได้อีกด้วย อย่างปีนี้ทำกระทงหลายหมื่นใบ สร้างรายได้หลายแสนบาทครับ”
#เมืองตากเมืองแห่งการเรียนรู้ #Thailandlearningcityplatform #เมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย #Thailandlearningcityaward#wecitizens #thecityleaders #pmua #บพท



