Thailand Learning City 2025 : ปัตตานี เมืองลดความเหลื่อมล้ำ

เศรษฐ์ อัลยุฟรี
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี 

สิ่งที่สำคัญคือเราต้องให้ประชาชน เห็นถึงปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทุกคนก็จะแสดงพลัง ร่วมกันรับผิดชอบ

เราเห็นปัญหา เพราะนี่บ้านเรา และเป็นหน้าที่ที่ต้องแก้ไข แต่สิ่งที่สำคัญคือเราต้องให้เขา (ประชาชน) เห็นถึงปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และรวมพลังแก้ไขด้วย เราเริ่มจากการพัฒนาข้อมูลว่าเรามีเด็กออกนอกระบบอยู่เท่าไหร่ และมีเด็กของเราที่มีความเสี่ยงที่จะออกนอกระบบอยู่อกเท่าไหร่ เพราะเด็กปัตตานีของเราต้องได้เรียนหนังสือ นี่คือหลักการสำคัญ

การศึกษาและการเรียนรู้ ต้องมีให้ตั้งแต่อุ้มท้องยันลมหายใจสุดท้าย — นี่คือหลักการ

เราเองก็ลงพื้นที่ครบทั้ง 12 อำเภอ ใช้กลไกของ อบจ. เป็นหลัก โดยเฉพาะ รพ.สต. ที่เราดูแลอยู่กว่า 130 แห่งทั่วพื้นที่ ใช้เป็นเครื่องมือสำรวจว่า – เด็กคนไหนไม่ได้เรียน – เด็กคนไหนเสี่ยงจะออกนอกระบบ – และมีสาเหตุอะไรบ้าง เช่น สุขภาพ หรือความยากจน

พอเรามีข้อมูลแล้ว โจทย์ก็จะชัด แต่เราทำเองทั้งหมดไม่ได้ ต้องช่วยกันทุกฝ่าย จึงเป็นขั้นต่อไปคือการพัฒนากลไก เพราะฉะนั้นเวลาเราไปสื่อสาร ไปทำความเข้าใจ ไปคุยกับคนในพื้นที่ ต้องมั่นใจว่าเขาเข้าใจ เพราะแกนนำในพื้นที่คือ คนสำคัญ และเป็นคณะทำงาน  ต้องมั่นใจว่า พอได้ข้อมูลแล้วเขาก็จะตื่นตัว และถูกกระตุ้นให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกัน

ผู้นำต้องตื่นตัว และต้องรับผิดชอบเป็นอันดับหนึ่ง จากนั้นเราก็เชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับหลักศาสนา การศรัทธาในศาสนา จะช่วยให้ทุกคนมองเห็นภาพของการทำงานชัดขึ้น  ทุกคนก็จะแสดงพลัง ร่วมกันรับผิดชอบ ค้นหาแนวทาง แก้ปัญหา และร่วมมือกัน

สิ่งที่เราทำไปด้วยคือ เรื่องประชาสัมพันธ์ เราก็ทำครบทุกช่องทาง ตอนนี้กำลังจะสร้าง “นวัตกรรม” ขึ้นในทุกพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ นวัตกรรมที่ว่าก็คือ “กองทุน” (กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดปัตตานี) และ “ระบบการศึกษา และเรียนรู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ” (โครงการ ABE Pattani ) ที่ใช้ศาสนสถานเป็นหลัก เราต้องการให้ศาสนสถานเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้จริง ๆ เรามีมัสยิดและวัดมาใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน

สิ่งที่สำคัญคือเราต้องให้ประชาชน เห็นถึงปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทุกคนก็จะแสดงพลัง ร่วมกันรับผิดชอบ

เราจัดอบรมพัฒนาผู้นำ โดยใช้มัสยิดเป็นสถานที่หลัก อบรมเยาวชน อบรมสตรีก็จัดที่มัสยิดต่อเนื่อง โดย อบจ. สนับสนุนงบประมาณ เช่น ค่าวิทยากร ค่าเบรก ค่าอาหาร ฯลฯ ที่ผ่านมา อบจ. ทำงานนี้อย่างต่อเนื่อง พัฒนาผู้นำในทุกตำบล โดยเลือกผู้นำ 3 กลุ่ม คือ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำจากสถาบันการศึกษา และผู้นำศาสนา มาพูดคุย อบรม ให้ความรู้ จำลองสถานการณ์จริง และทำกิจกรรมร่วมกัน

ถามว่าตอนนี้สิ่งที่เรายังขาดคืออะไร ก็น่าจะเป็น คณะทำงานที่ช่วยบริหารจัดการให้กลไกเหล่านี้เดินได้เต็มที่ โดยมีประชาชนเป็นหลัก และทำงานร่วมกับท้องถิ่น ฟังก์ชันตรงนี้ต้องมีการส่งไม้ต่อกัน ซึ่งก็กำลังพยายามกันอยู่ให้งานมีความต่อเนื่อง  

การได้รับรางวัล Thailand Learning City ครั้งนี้ คือ ทำให้เรามั่นใจ และเป็นกำลังใจ แน่นอนว่าเราเชื่อมั่นอยู่แล้วว่าทิศทางการทำงานของเรานั้นช่วยเด็ก ๆ ของเราได้จริง และส่วนตัวผมก็ทำงานลักษณะนี้มาจะ 20 ปี แล้ว สิ่งที่สร้างกำลังใจให้อีกเรื่องคือ คนทั่วโลกรู้จักปัตตานีมานานแล้ว จากประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ แต่วันนี้เรื่องของการเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ก็จะเป็นอีกชื่อเสียงของปัตตานี ที่ผมและคณะทำงานอยากให้ทุกมารู้จักปัตตานีมากขึ้น

___

#Thailandlearningcityplatform #เมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย #Thailandlearningcityaward#wecitizens #thecityleaders #pmua #บพท

Share :