สร้างการเรียนรู้ ด้วยงานฝีมือวัยเกษียณ

วันเพ็ญ เรืองรัชนีกร
ครูงานฝีมือกลุ่มศิลป์เกษียณ และนักจัดการเรียนรู้เมืองฉะเชิงเทรา

“ที่จุดประกายตัวเองที่สุด คือ ความรู้สึกที่ว่าเรารู้ว่าเราทำอะไรได้ และสิ่งที่เราทำได้ มันจะเกิดประโยชน์กับสร้างการเรียนรู้ให้กับคนอีกมากมาย”

จากคุณครูโรงเรียน สู่ความสุขของการเป็นครูช่างฝีมือ
“ครูเป็นฉะเชิงเทราโดยกำเนิด บ้านเดิมอยู่ใกล้ๆ ตลาดทรัพย์สินเก่า ข้ามสะพานไปหน่อยนึงก็เป็นแถวๆ หลังตลาดเกื้อกูล พอโตมาหน่อยครอบครัวก็ย้ายไปแถวๆ ตรอกข้าวหลาม แต่งงานแต่งการกับสามีที่เป็นอยู่ใกล้ ๆ บ้าน เรียกว่าชีวิต 69 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ย้ายไปที่ไหนไกล ทำให้ละแวกบ้านในเมืองฉะเชิงเทร่าเรามีญาติอยู่เยอะ งานฝีมือเริ่มเข้ามาในความสนใจ ตอนสมัยเรียนจะมีวิชาการฝีมือ จำได้ว่าครูจะแบ่งนักเรียนออกไปใส่ 2 ส่วน ผู้หญิงก็ไปเรียนการฝีมือเย็บปักถักร้อย ส่วนผู้ชายก็ไป เรียนงานช่าง เช่น งานฉลุไม้ ไม่ได้รู้สึกตัวว่าชอบมาก ตอนนั้นคือครั้งแรกที่เริ่มจับงานฝีมือ แต่ก็เป็นแบบพอจะทำได้ พอโตขึ้นมาก็ไปเรียนครู เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันมีเอกหกรรม เราก็เลือกอันที่คิดว่าเราเรียนได้คือเอกภาษาไทย ก็ไม่ได้หยิบ เกี่ยวกับงานฝีมือ แล้วก็ยุ่งกับครอบครัว อยู่กับการเลี้ยงลูก ก็ทิ้งงานพวกนี้ไปพักใหญ่เลยไม่ค่อยได้สนใจ ที่บ้านอาชีพของสามีก็ทำบะหมี่เกี๊ยว เราก็ช่วยงานตรงนั้นแล้วก็ไปสอนหนังสือ ชีวิตวนเวียนอยู่เท่านี้


จนลูกเริ่มโต เราก็เริ่มอายุเยอะขึ้น เราพอมีเวลาก็เลยเริ่มกลับมาทำงานพวกนี้ เรียกว่าทำเพราะอยากเรียนรู้ และชอบที่จะเรียนรู้กับงานฝีมือต่างๆ ไปเรียน เคยนั่งรถไฟไปเรียนถึงกรุงเทพฯ นั่งเรือ นั่งรถ นั่งรถไฟไปถึงห้องเรียนก็สายมาก เพราะเดินทางจากฉะเชิงเทราไม่ง่าย แต่เราก็พยายามที่จะไปเสาะแสวงหาเรียนรู้ ก็ได้ช่วยโรงเรียนในงานประดิษฐ์ งานคหกรรม งานฝีมือเรื่อยมาเพราะเราชอบ
พอเกษียณเราก็ยังทำงานฝีมืออยู่กับบ้าน เพราะมันถึงถูกจริต เราทำแล้วมันถึงมีความสุข ส่วนหนึ่งคือ งานฝีมือเหมือนกับการฝึกสมาธิ เราจะจดจ่ออยู่กับชิ้นงาน สมองจิตใจเรา จะไม่คิดมาก ไม่วอกแวก ไม่ฟุ้งซ่าน อันนี้มีเรื่องจริง ตัวอย่างคือ มีผู้ชายมาเรียนงานฝีมือกับครู เราสัมผัสได้ว่าก่อนเขามาเรียน เขามีความเครียดอะไรของเขา แต่พอเรียน ๆ ไป ก็เป็นเขาเองที่เดินมาบอกเราว่าเขาดีขึ้น อารมณ์จิตใจเขาดีขึ้น เราฟังแล้วก็ยินดีกับเขาไปด้วย” 

คุณครูสอนทำงานฝีมืออะไรบ้าง
“ครูสอนทำงานประดิษฐ์ได้หลายอย่างนะ ช่วงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นงานผ้า งานประดิษฐ์จากผ้า เช่น กระเป๋า ปลอกหมอน ผ้าห่ม เบาะรองนั่ง หมอนหนุน หมอนอิง กระเป๋าใส่โทรศัพท์ พวงกุญแจ ดอกไม้เล็ก ๆ หรือพวกของชำร่วย อย่างเวลาเราทำกระเป๋าใบใหญ่ ก็จะมีผ้าเศษ ๆ เราจะไม่ทิ้ง เอามาทำงานชิ้นเล็ก ๆ ได้ อย่างมาทำเป็นดอกไม้เอาไว้ตกแต่งกับชิ้นงานใหญ่ ๆ ที่เราทำ
ทุกวันนี้ ครูสอนเป็นประจำอยู่ที่ ศูนย์การเรียนรู้เมืองฉะเชิงเทรา (KCC) โดยมีกลุ่ม ศิลป์เกษียณ เป็นการรวมกลุ่มของคนรักงานศิลปะและงานฝีมือในวัยเกษียณอายุ บางคนเป็นข้าราชการบำนาญ เป็นครู เป็นพยาบาล กลุ่มแม่บ้านก็เรามาเรียนและนั่งทำงานฝีมือด้วยกัน ทุกวันอังคารกับวันพุธ ครูจะมาประจำรอทุกคนที่ชั้น 2 ศูนย์ KCC ถ้าวันอื่น ๆ มีคนเชิญไปสอนที่ไหน ถ้าว่างครูก็จะไปร่วมงาน 

ประโยชน์ที่ได้จากการทำงานฝีมือ อันดับแรกเลยก็คือการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แล้วก็ได้ชิ้นงาน ไม่ว่าจะทำไว้ใช้เอง ทำให้ลูก หรือพี่น้อง เตรียมไว้เป็นของขวัญให้กับคนสำคัญ ของขวัญวันเกิด วันเกษียณ บางคนฝีมือดี งานทำออกมาเยอะก็เอาไปขาย เป็นอาชีพเสริม
ส่วนตัวทุกครั้งที่มาสอนเราก็มีความสุขและดีใจอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเห็นใครทำงานออกมาได้เราจะรู้สึกดีใจมาก ทุกครั้งที่เขาทำงานสำเร็จ เช่น สอนทำกระเป๋าแบบนี้ เขาก็ทำเสร็จแล้วก็เอามาดู เอามาอวดกัน แล้วเขาก็ใช้เองสะพายมาอวดเวลามาหาที่ KCC “นี่ไงครู ใบนี้เสร็จแล้ว ใช้อยู่ใบนี้ ถูกใจมาก ไม่ให้ใคร ใช้เอง” 

ร่วมงานกับถนนคนเดิน ฉะ-หลาด ราชภัฏศรีนครินทร์ และกลุ่มศิลป์เกษียณ
“น่าจะสัก 2 ปีก่อน เขามีงาน 8Riew Feel แฟ เป็นงานคราฟต์บวกกับงานกาแฟ มีเพื่อนไปออกร้านผ้ามัดย้อม พอดีเขาก็เคยมาเรียนกับครู จริง ๆ เขาเก่งอยู่แล้ว แต่มีบางอย่างที่เขาไม่รู้ เขาก็มาเรียนเพิ่มเติมกับครู แล้วทางอาจารย์เตี๋ยว (อาจารย์สมศักดิ์ ทองแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชาทัศนศิลป์และมีเดียอาร์ต รองคณบดีวางแผน พัฒนาและประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์) ฝากถามต่อ ๆ กันมาว่ามีใครสนใจเรื่องงานคราฟต์บ้าง แบบมีฝีมือ มีงาน อยากชวนมาออกร้าน นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้น ทำให้ครูได้เข้ามาร่วมงานกับอาจารย์เตี๋ยวกับทางราชภัฏ พอทีนี้ก็ยาวเลย เมื่อไหร่ที่ทางราชภัฏมีงาน เขาก็จะเชิญครูไป ครูก็ทำเองบ้าง แล้วก็นำงานที่เพื่อน ๆ ทำแล้วเอามาฝากขายบ้าง ก็รวมกันมาออกร้าน ผลตอบรับที่ได้ก็ดีมาก อย่างงาน Feel แฟ คือของเกือบหมดเกลี้ยง มีคนมาถามสนใจอยากจะเรียนอยากจะหัด เราก็ชวนเขามาเรียนกับเราที่ ศูนย์ KCC กันต่อ 

กลุ่มศิลป์เกษียณ เกิดจากที่ว่าลูกศิษย์ทำงานพัฒนาชุมชนเขา ชวนให้ครูไปออกร้านขายของเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ จริง ๆ ก็ไม่ตั้งใจจะทำขาย คือ เวลาไปสอนเราก็ต้องทำชิ้นงานตัวอย่าง หรือไม่ก็นั่งทำไปกับเขาด้วย ทีนี้ชิ้นงานก็เริ่มเยอะ ใส่ไว้เป็นลังในกล่อง คราวนี้มันก็เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ลูกศิษย์ก็เลยบอกว่าครูเอางานที่ครูมีอยู่เอาออกมาขายเถอะ ครูก็เลยไปชวนพี่ตุ๊กับพี่อ๊อด 3 คน รวมครูเพ็ญอีกคน ไปออกร้านที่วัดหลวงพ่อโสธร ตอนนั้นน่าจะเป็นงานของ ททท. พอจะออกร้านก็ต้องมีชื่อร้านใช่ไหมล่ะ รุ่นน้องเขาช่วยคิดให้ เขาคิดไวมาก แป๊บเดียวก็โทรกลับมาบอกเลย ครูเอาชื่อ ‘ศิลป์เกษียณ’ ไหม ก็เลยบอกเขาว่าดีเลย เหมาะมาก เขาบอกครูทำงานเกี่ยวกับศิลปะ แล้วก็เป็นกลุ่มคนที่เกษียณอายุ ก็เลยใช้ชื่อนี้ ‘ศิลป์เกษียณ’

ที่ทุกวันนี้ครูยังมาเปิดสอนงานฝีมืออยู่ และคิดว่าจะทำต่อไปถ้าร่างกายยังไหว ที่จุดประกายตัวเองที่สุด และยังทำให้เราอยากสอนต่อไป คือ ความรู้สึกที่ว่าเรารู้ว่าเราทำอะไรได้บ้าง อยากจะบอกคนอื่น คือ เราก็ไม่รู้ว่าเราจะแข็งแรงไปได้สักแค่ไหน อนาคตเราบอกไม่ได้ เราบอกได้แต่ว่าสิ่งที่เราทำได้ในปัจจุบัน และมันจะเกิดประโยชน์กับสร้างการเรียนรู้ให้กับคนอีกมากมาย ส่วนสิ่งที่จุดประกายให้ออกไปสอนในที่ต่าง ๆ คือ มีเพื่อนอยู่คนนึง รุ่นน้องเขาก็ชอบทำงานฝีมือเหมือนกัน เขาก็มาทำกับครู แล้วเขามีกลุ่ม กศน. กลุ่มจะไปสอนตามตำบลต่าง ๆ เขาถามว่า ครูจะไปไหม ครูไปได้ไหม ก็บอกเขาว่าไปได้ ครูชอบ เขาก็เลยเชิญไปสอน ตามตำบลต่าง ๆ ในอำเภอ บางคล้า ไปสอนเขาหลายวิชาอยู่ แล้วก็เริ่มสอน จากการสอนกลุ่มคน กลุ่มคนเป็นชาวบ้าน เป็นชาวสวน เป็นแม่บ้าน มาทำกับเรา บางคนก็ทำสวย ฝีมือดี แต่บางคนอาจจะทำแค่พอทำได้ สำคัญคือเขามีความสุข เขาชอบ และก็มีบ่อย ๆ ที่บอกว่าถ้าครูมาสอน เขาก็จะมาเรียนอีก” 


ติดตามการขับเคลื่อน เมืองฉะเชิงเทราสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ UNESCO ได้ที่ แปดริ้ว สายนที วิถีวัฒนธรรมเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา และ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาพื้นที่ บพท.

#ChachoengsaoLearningCity#เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา#มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ฉะเชิงเทรา#บพท#pmua#thailandlearningplatform

Share :