ตำบลเอกราช จากหมู่บ้านทำกลองสู่เมืองแห่งการเรียนรู้

ศราวุธ เผ่าพยัฆ 
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเอกราข อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง

.

“จากที่คนทำกลองกลัวที่จะพูดกัน ตอนนี้แต่ละบ้านเล่าให้ฟังกันสนุกเลย ทุกคนพร้อมต้อนรับ”

หมู่บ้านทำกลองเอกราช มรดกร้อยปี

“ตำบลเอกราชมีทั้งหมด 8 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มี 2 หมู่บ้านที่ประกอบอาชีพทำกลองซึ่งทำมาร้อยกว่าปี โดยมีคุณตาเพิ่มเป็นคนริเริ่มทำกลองด้วยตัวเอง ตอนนี้ได้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนเป็นที่รู้จักของทั้งคนไทยและต่างประเทศ คว้ารางวัลมากมายเช่น Thailand Tourism Awards รางวัล 10 เมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้รับรางวัลวัฒนคุณาธรจากกระทรวงวัฒนธรรม

หมู่บ้านทำกลองมี 20 ครัวเรือนที่ผลิตและขายอยู่หน้าร้าน ส่วนอีกประมาณ 10 กว่าครัวเรือนจะผลิตและส่งให้ร้านค้า กลองจะทำจากไม้ก้ามปูเพราะหาง่าย ต่อมาก็เป็นไม้มะม่วง ไม้ขนุน ไม้ขี้เหล็ก ไม้สะเดา ไม้มะขามเทศคล้ายกับไม้เบญจพรรณ ในท้องถิ่นเราก็มีอาชีพใหม่ผุดขึ้นมาคือคนตัดไม้ที่จะวิ่งไปซื้อไม้พื้นที่ใกล้เคียงมาส่ง หนังกลองส่วนใหญ่คือหนังวัวซึ่งรับมาจากต่างจังหวัดคือสมุทรปราการ เพชรบุรี และลำปาง

ที่นี่ทำกลองทุกประเภททั้งกลองยาว กลองยาวเล็ก กลองยาวใหญ่ที่ตีตามงานแห่ กลองรำวง กลองโทนภาคใต้ที่ตีรำโนราห์ กลองเพลวัด กลองครูตระกูลมอญ กลองคอก กลองแขก มีกลองที่ผลิตส่งออกเช่นกลองแกมเบ้และกลองไทโกะ ในหมู่บ้านทำกลองเอกราชมีแหล่งที่ต่างชาติเข้ามาทำสัญญาเช่นญี่ปุ่นเอากลองให้เราผลิต ทางญี่ปุ่นจะนำอุปกรณ์มาให้เราประกอบแล้วก็ส่งกลับไป เพราะเขาเห็นฝีมือและคุณภาพของช่างเรา”

จากต่างคนต่างอยู่ สู่ความเป็นหนึ่งเดียว

“ผมเกิดในหมู่บ้านทำกลอง เห็นคนทำกลองตั้งแต่ยังเด็ก บ้านผมก็ทำกลองด้วย เมื่อก่อนแต่ละบ้านเหมือนต่างคนต่างอยู่ หาลูกค้าเอง หาวัตถุดิบมาทำกลองเอง หมู่บ้านทำกลองร่วมร้อยปีโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเลย เมื่อก่อนหมู่บ้านทำกลองค่อนข้างมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง การจะรวมกลุ่มอาชีพกันก็ทำได้ยาก แต่พอได้ทำแล้วมันก็ไม่ยากอย่างที่คิด

สิ่งที่ผมประทับใจเมื่อได้รับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเอกราชครั้งแรกปี 2553 ผมได้จัดพิธีไหว้ครูกลอง บ้านเราทุกหลังคาเรือนมีพิธีไหว้ครูกลอง แต่เรามีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างสูง บางบ้านมีฐานะก็มีเครื่องขยายเสียง ลิเก บ้านที่ฐานะลดลงมาก็ไม่มีอะไรเลย ปี 2554 เราได้รับรางวัล 10 เมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผมเลยเอางานไหว้ครูกลองเข้ามาร่วมงานนี้เลย ตอนนี้ผ่านมาทั้งหมด 14 ครั้ง ทุกคนในหมู่บ้านทำกลองมารวมเป็นน้ำหนึ่งเดียวกันเลย

จากนั้นเราก็มีการตั้งกลุ่มทำกลองตำบลเอกราชขึ้นมา มีการตั้งราคาให้เป็นมาตรฐาน หากบ้านไหนของขาดก็สามารถไปซื้อของบ้านอื่นมาเติมขายได้ ให้เกิดความสามัคคีกันขึ้น ในช่วงไหว้ครูกลอง เราจะจัดครั้งละ 5-7 วัน โดยปิดถนน 1 กิโลเมตร ให้คนได้เดินเยี่ยมชมหมู่บ้านทำกลองและซื้ออาหารจากชุมชนได้ มันก็ทำให้งานของเรายิ่งใหญ่ขึ้นไปทุก ๆ ปี”

นวัตกรรมใหม่ ความร่วมมือกับภาคการศึกษา

“จากที่ได้ไปประชุมกับทางมหาวิทยาลัยศิลปากร พบว่าสิ่งที่เราต้องการคือการเล่าเรื่องของตำบลและวัสดุที่สามารถทดแทนไม้ได้ วันหนึ่งไม้อาจจะหายาก พอตั้งโจทย์ให้ทางศิลปากรเขาได้เอาดินเผาปั้นขึ้นรูปเป็นกลอง มาทำเวิร์กช็อปในหมู่บ้าน กลองหนักขึ้นนิดหนึ่งแต่ว่าเสียงดี การที่หน่วยราชการและภาคการศึกษาเข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับการต่อยอดทำให้กลองเราเป็นที่รู้จักขึ้น

ตอนนี้เรารับทัวร์จากทั้งฝั่งราชการ เอกชน และชาวต่างชาติ พอมีหน่วยงานเข้ามาประสาน เราก็สามารถประชาสัมพันธ์และอธิบายขั้นตอนการผลิตได้ จากเมื่อก่อนคนทำกลองกลัวที่จะพูดกัน ตอนนี้แต่ละบ้านเล่าให้ฟังกันสนุกเลย ทุกคนพร้อมต้อนรับ”

อนาคตของหมู่บ้านทำกลอง

“ปี 2569 เราจะได้งบยุทธศาสตร์จังหวัด 30 ล้าน เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้หรือพิพิธภัณฑ์ แล้วก็ทำเส้นทาง ป้ายข้อมูลต่าง ๆ ส่วนทางเข้าหมู่บ้านจะปรับเป็นแลนด์มาร์กเพื่อถ่ายรูป เป็นจุดเช็คอินใหม่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ยกระดับจากหมู่บ้านทำกลองให้เป็นมิติเมืองใหม่

เราดีใจที่ได้ร่วมงานกับทีมวิจัยเพราะได้ให้ความรู้เราในด้านการเล่าเรื่อง รวมถึงการหาวัสดุมาทดแทน อีกอย่างก็คือการนำนักศึกษามาเรียนรู้เกี่ยวกับกลอง ผมว่าน่าจะประสบความสำเร็จ อยากให้ทางมหาวิทยาลัยสนับสนุนต่อให้หมู่บ้านทำกลองเป็นที่รู้จักของคนทั้งในและต่างประเทศ”

 

#องค์การบริหารส่วนตำบลเอกราช #จังหวัดอ่างทอง #อ่างทองลิเกไทย #อ่างทองเมืองแห่งการเรียนรู้ #Angthongthelearningcity #Thailandlearningcity #Thailandlearningcitynetwork #บพท #pmua #thecityleaders

Share :